เนื่องจากแต่ละบทมีความยาวมากครับ เบียร์เลยขอแบ่งแต่ละบทก็เป็นตอนๆนะครับ

 
บทที่ 1 : เงามืด (ตอนที่ 1)
 
♂♀ 
ห้องแชท (วันหยุด, ตอนเย็น)
อย่างที่ฉันบอกแหละ แกงค์ที่แข็งแกร่งที่สุดในอิเคะบุคุโระตอนนี้ต้องเป็นแกงค์ดอลลาร์แน่ๆ! 》 
[ถึงฉันจะไม่เคยเห็นสมาชิกของแกงค์ดอลลาร์นี่เลยนะ ฉันก็เคยได้ยินข่าวลือมาเยอะเลย]
《นั่นเพราะพวกเขาไม่ชอบทำตัวเด่นไงล่ะ! นอกจากนั้น ทุกๆคนยังพูดถึงพวกเค้าแต่ในเนทนะ!》
【อืม... งั้นหรอ... คุณคันระดูจะรู้ดีเกี่ยวกับอิเคะบุคุโระจังเลยนะ】
《ไม่ขนาดนั้นหรอก》
《อ่า... นี่นี่ เคยได้ยินเกี่ยวกับเหตุการณ์สิงห์นักซิ่งทมิฬรึเปล่า?》
【สิงห์นักซิ่งทมิฬ?】
[ว้าว]
《เป็นเรื่องโกลาหลมากเลยนะในชินจูกุกับอิเคะบุคุโระ มีออกข่าวเมื่อวานด้วยนะ!》 
♂♀


★กรุงโตเกียว ที่ใดซักแห่งในย่านบุนเคียว (วันธรรมดา, เที่ยงคืน)
“ไอ้ปีศาจ!!!”
เด็กหนุ่มตะโกนด้วยความโมโห พร้อมกับชูท่อนเหล็กในกำมือขึ้นมา แล้วก็วิ่งไปอย่างรวดเร็ว มันเป็นช่วงเวลาเที่ยงคืน และเด็กหนุ่มคนนั้นก็วิ่งไปในเข้าตึกจอดรถด้วยความบ้าคลั่ง เขากำท่อนเหล็กในมือขวาไว้อย่างแน่นจนมันเกือบจะมีอุณหภูมิเท่ากับร่างกายเขาแล้ว มือเขามันชาไปหมด จากเหงื่อเย็นๆที่ซึมออกมาจากฝ่ามือของเขา
 
ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย มีเพียงรถไม่กี่คัน เฝ้ารอเจ้าของของพวกมันอย่างเงียบๆ
 
รอบๆนั้นมันเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของเขา เสียงหายใจ และเสียงหัวใจที่เต้นรัว ทุกๆเสียงนั้นดังก้องอยู่ในหูเขาทั้งนั้น
เขาเดินย่ำอยู่ระหว่างเสาคอนกรีตใหญ่ๆ นักเลงหนุ่มคนนี้ก็ตะโกนออกมา “เหี้ย! เหี้ยแล้ว! กูต้องโดนฆ่าแน่ๆ! แม่งเอ๊ย!!”
ถึงแม้ดวงตาของเขาตะเปี่ยมไปด้วยความโมโหโกรธา แต่คำพูดที่ออกมาจากปากนั้นเต็มไปด้วยความกลัว
ก่อนหน้าช่วงเวลานี้ รอยสักบนคอของนักเลงหนุ่มคนนี้เป็นเครื่องหมายแห่งความหวาดกลัวของศัตรู แต่ในวันนี้ รอยสักของเขากลับเปลี่ยนรูปร่างไปด้วยความกลัวของเขา และเสี้ยววินาทีต่อมานั้น รอยสักสีครามที่เขามีก็โดนประทับตราไว้ด้วยรองเท้าบูทสีดำ—
 
♂♀
《ที่จริงแล้ว มีข่าวลือที่วนเวียนมานานแล้ว ตั้งแต่ที่โทรศัพท์แทบทุกเครื่องมีกล้องถ่ายรูป ผู้คนก็มีโอกาสได้ถ่ายรูปสิงห์นักซิ่งทมิฬ และมันก็โด่งดังในทันทีเลยล่ะ!!》
[อืม ฉันก็ได้ยินเรื่องนั้นมาเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ถือว่ามันเป็นตำนานพื้นบ้าน หรืออะไรแบบนั้นนี่นา? ฉันคิดว่าก็แค่พวกแกงค์ซิ่งมอเตอร์ไซค์เท่านั้นเอง แต่ก็นะ พวกนั้นไม่ได้รวมตัวแข่งขันกันตั้งนานแล้วนี่นา...]
《แต่ความเป็นจริงที่ว่า มอเตอร์ไซค์คันนั้นไม่มีไฟ มันก็แปลกแล้วนะ!》
《หากไอสิ่งนั่นเป็นคนนะ...》
【ไม่เห็นเข้าใจเลย】 
《ถ้าจะให้พูดแบบตรงๆเลย นั่นต้องเป็นปีศาจแน่ๆ!!》
♂♀
 
ด้วยเสียงดังโครมนั้น ร่างของนักเลงหนุ่มก็ลอยหมุนขึ้นไปกลางอากาศ แล้วกระแทกเพดานจนเป็นรอยร้าว
แล้วร่างกายของเขาก็ตกลงมากระแทกพื้น ถึงแม้จะยังมึนๆอยู่ เขาก็ยังตะกุยตะกายด้วยแขนขาของเขา อากาศรอบๆเริ่มหนาวสะท้าน และร่างของเขาก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว เขาจึงแทบไม่รู้สึกถึงความเย็นเฉียบของพื้นคอนกรีตเลย เหมือนว่าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังหนีจากฝันร้ายโดยที่มองไม่เห็นอะไรเลย เขามองหันกลับไป ก็รู้ได้ว่าความกลัวของเขานั้นกำลังตามเขามานั่นเอง
สิ่งที่เขาเห็นนั้นคือเงามืด เอาจริงๆแล้วถ้าจะให้หาคำอะไรมานิยาม ยังไงก็ต้องเป็น “เงามืด” ไม่ผิดแน่
 
เงามืดร่างนั้นสวมชุดซิ่งมอเตอร์ไซค์สีดำแบบเต็มตัว โดยไม่มีดีไซน์หรือสัญลักษณ์อะไรอยู่เลย ให้ความรู้สึกที่เหมือนกับทำจากผ้าที่ดำสนิท แล้วยังย้อมไปด้วยหมึกสีดำทับอีกที หากไม่มีแสงไฟในตึกจอดรถนี้ คงไม่รู้แน่ๆว่ามีคนอยู่ตรงนั้น
แต่ที่น่าแปลกที่สุดของร่างเงามืดนั้น ก็คือหมวกกันน็อคที่สวมอยู่เหนือคอ เมื่อรวมกันกับความมืดสนิทของชุดนั้นแล้ว ลายของหมวกกันน็อคและรูปร่างนั้นเหมือนกลืนเข้าด้วยกันอย่างเป็นศิลปะแบบแอบแสตร็ค ถึงแม้หมวกกับชุดมันจะดูแตกต่างกันมากเถอะ แต่มันกลับดูไม่ขัดแย้งกันเลย
 
กระจกหน้าของหมวกกันน็อคนั้นมืดดำเหมือนหน้าต่างรถหรูๆที่ติดฟิล์มดำสนิท มองเห็นเพียงแต่เงาสะท้อนจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนส์อันริบหรี่ และไม่สามารถมองเข้าไปเห็นอะไรในหมวกกันน็อคนั้นได้เลย
 
“.....”
 
ความรู้สึกที่ออกมาจากเงามืดร่างนั้นมีเพียงแต่ความเงียบงัน ราวกับเป็นสิ่งไม่มีชีวิต สีหน้าของนักเลงหนุ่มคนนั้นก็ยิ่งบิดเพี้ยนไปด้วยความกลัว และความขยะแขยงไปพร้อมๆกัน
 
“ก.. กู จำไม่ได้เลยนะว่าเคยไปทำให้ไอ้คนเหล็กนั่นโมโหด้วย!”
ถ้าเป็นเวลาปกติ คำพูดนี้ต้องฟังดูตลกแน่ๆ แต่ไอหนุ่มคนนี้ไม่ได้มีอารมณ์อยากเล่นมุขแน่นอน
 
“บอกมา! มึงเป็นใคร! มึงเป็นตัวอะไรกันแน่?!”
สำหรับนักเลงหนุ่มคนนี้ ตัวตนของร่างเงามืดที่เขาได้เจอนั้นเป็นอะไรที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลยจริง เขาก็แค่มาทำ ‘งาน’ แล้วก็จะจากไป แล้วก็เป็นแค่งานส่ง ‘ของ’ ให้กับลูกค้า ก็เพียงแค่นั้น เขาก็ทำสิ่งที่เขาทำเป็นประจำ มันเกิดบ้าอะไรขึ้นล่ะ ? เขาทำอะไรลงไปถึงได้ทำให้ ‘ปีศาจ’ พรรค์นี้มาไล่ล่าเขา
 
 
นักเลงหนุ่มและ ‘พรรคพวก’ ของเขาก็แค่ทำเรื่องเดิมๆในคืนนี้ แต่วันนี้ กิจวัตรประจำวันของพวกเขาถูกป่นปี้โดยไร้ซึ่งคำเตือนใดๆ
ขณะที่พวกเขารอเพื่อนร่วมงานอีกคนมาสายอยู่ที่หน้าตึกจอดรถ ร่างเงามืดนั้นก็ปรากฏตัวขึ้น มอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านทางเข้าไปโดยไร้ซึ่งเสียงใดๆ แล้วก็หยุดตรงที่ห่างจากพวกเขาไปราวๆสิบเมตรเท่านั้น
พวกกลุ่มนักเลงหนุ่มพวกนั้นก็รู้สึกได้ถึงความประหลาด ขณะที่ ‘มัน’ วิ่งผ่านไป
 
อย่างแรกเลยก็คือ ตอนที่มอเตอร์ไซค์นั้นผ่านไป มันไม่มีเสียงเลยแม้แต่นิดเดียว หรือบางทีอาจจะมีเสียงของล้อขูดถนนเบาๆ แต่ที่สำคัญที่สุด ไม่มีเสียงเครื่องยนตร์เลย แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าคนขับนั้นอาจจะดับเครื่องก่อนที่จะผ่านเข้ามา แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น มันก็น่าจะมีเสียงเครื่องก่อนที่มันจะถูกปิดไปนี่นา แต่กลับไม่มีใครได้ยินเสียงอะไรเลย
สิ่งที่แปลกอีกอย่างก็คือ ทั้งมอเตอร์ไซค์และคนขับนั้นดำทมิฬไปทั้งตัวเลย ทั้งตัวเครื่อง แฮนด์ และแม้แต่ล้อแม็กซ์ก็ยังเป็นสีดำสนิท ไม่มีไฟหน้า และที่ที่ควรจะเป็นป้ายทะเบียนรถ กลับเป็นแผ่นเหล็กสีดำเปล่าๆแทน ทุกๆคนที่ได้เห็นคงต้องพึ่งแสงไฟจากถนนหรือแสงจันทร์เพื่อมองให้ออกว่านั่นเป็นมอเตอร์ไซค์
 
และที่แปลกที่สุดก็คือในมือขวาของนักซิ่งเงามืดนั้นถือของขนาดใหญ่อยู่ ขนาดมันเทียบเท่ากับตัวของเขาเลย และมีน้ำสีขุ่นๆไหลออกมาไม่หยุดจากปลายแคบๆของสิ่งนั้นลงสู่พื้น
“โคจิ?”
เพื่อนของนักเลงหนุ่มคนหนึ่งก็ได้รู้แล้วว่าไอวัตถุรุ่งริ่งๆๆนั่นคืออะไร ทันใดนั้น นักซิ่งเงามืดคนนั้น ขณะที่ยังอยู่คร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่ ก็ปล่อยของสิ่งนั้น ไม่สิ – ‘คน’ ลงสู่พื้น
 
นั่นแหละคือคนที่พวกเขารออยู่ ‘เพื่อนร่วมงาน’ อีกคนที่มาสาย หน้าของเขาบวมเป่ง เหมือนถูกกระทืบมาอย่างรุนแรง และก็มีเลือดไหลออกจากปากและจมูกของเขา
“ไม่จริงน่ะ...”
“มึงเป็นใครวะ?”
ทุกๆคนรู้สึกแปลกๆ แต่ไม่มีใครกลัวเลย พวกเขาไม่รู้สึกแม้แต่โกรธที่เห็นเพื่อนร่วมงานของพวกเขาถูกทำร้าย อาจจะเป็นเพราะคนกลุ่มนี้ก็แค่คนที่ทำงานด้วยกันมารวมตัวกัน ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น
 
“มึงต้องการอะไรวะ? จะเอาอะไร? บอกกูมา มึงต้องการอะไร?”
หนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้น ผู้ชายคนหนึ่งที่สวมฮูด คนที่ดูเหมือนจะเป็นคนที่โง่ที่สุดก็ก้าวออกมา มีเพียงนักซิ่งมอเตอร์ไซค์คนเดียว กับพวกนักเลง 5 คน พวกนั้นได้เปรียบเรื่องจำนวนแหละนะ ก็เลยทำให้ไอคนนี้โอหังเป็นพิเศษ ทันทีที่เขาเดินไปถึงมอเตอร์ไซค์นั้น สถานการณ์ก็เปลี่ยนทันใด กลายเป็นการประจัญหน้าแบบตัวต่อตัวไปในทันที และคนที่รู้สึกตัวเพียงคนเดียวก็คือคนที่คร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์คันนั้น
 
“...”
แกร่ก 
เป็นเสียงที่ไม่น่าฟังเลย เสียงแห่งความเจ็บปวดดังออกมา เป็นเสียงที่ทำให้รู้สึกมากกว่าแค่ความไม่สบายใจทั่วๆไป แต่เป็นเสียงที่ทำให้เหมือนกับมีเสียงไซเรนเตือนขึ้นมาในหัว ‘อันตราย, อันตราย...’
ในขณะเดียวกัน ชายสวมฮูดก็ล้มลง หน้าเขากระแทกลงกับพื้น
 
“เหี้ยไรเนี่ย?!”
เป็นไปตามคาด บรรยากาศรอบๆเริ่มตึงเครียดขึ้น คนอื่นๆเริ่มมองไปรอบๆอย่างที่เคยทำทุกๆครั้งที่มาทำงาน เมื่อมองไปจนหมดแล้ว ก็พบเพียงแต่มอเตอร์ไซค์คันนี้เท่านั้นที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา ไม่มีใครคนอื่นอีกแล้ว และ ‘เงามืด’ ที่อยู่บนมอเตอร์ไซค์คนนั้น ก็ค่อยๆวางเท้าลงบนพื้น
 
ทุกๆคนต่างจับจ้องทุกๆการเคลื่อนไหว ตั้งแต่ที่เท้าของเงามืดร่างนั้นเหยียบลงพื้น ก็หมายความหมายก่อนหน้านี้เท้าของมันยังลอยอยู่ แต่ก็มีคนที่มองเห็นมากกว่านั้น
ภายใต้รองเท้าบูทสีดำทมิฬคู่นั้นที่ตอนนี้ยืนอยู่บนพื้นแล้ว มีแว่นตาของเด็กหนุ่มที่ใส่ฮูดนั้นอยู่
แล้วทุกคนก็ได้ข้อสรุปทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น
 --‘เงามืด’ ร่างนั้น ที่คร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่ เตะเด็กหนุ่มนั่นร่วงในทีเดียว
 
หากพวกเขาเห็นหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้น คงจะเห็นว่าจมูกเขาหักไปแล้ว นักซิ่งเงามืดคนนั้นใช้ลูกเตะในระยะที่ไม่ให้คนคนนั้นลอยไป พร้อมกับใช้รอยหยักในบูทของเขาเพื่อล็อคและบิดจมูกของเด็กหนุ่มคนนั้นให้หัก
แต่เพราะพวกนั้นยืนอยู่ด้านหลัง จึงไม่มีสิทธิ์รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ครึ่งนึงของพวกนั้นคิดว่ามันประหลาดมาก ว่าทำไมคนที่โดนเตะ ถึงล้มลงไปข้างหน้า? ส่วนอีกครึ่งก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นแล้วรีบคว้าเอากระบองตำรวจออกมา พร้อมกับที่ช็อทไฟฟ้าที่พกติดไว้ที่เอว
“มันเกิดเหี้ยอะไรขึ้นวะ?! เฮ้ย?! มันโดนอะไรมา?!”
ขณะที่สองคนกำลังครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกสองคนก็คำรามออกมาด้วยความบ้าคลั่งแล้วพุ่งตรงไปยังมอเตอร์ไซค์คันนั้น
“อ้าว เฮ้ย”
ขณะที่พวกนั้นกำลังคิดถึงคำที่จะพูด พวกเขาก็เห็น ‘เงามืด’ ร่างนั้น ลงจากมอเตอร์ไซค์อย่างไร้เสียงใดๆ พวกเขาได้ยินเสียงกระจกที่ถูกเหยียบในขณะที่เงามืดนั้นเหยียบบนแว่นตาที่แตกใต้เท้าของเขา ในขณะที่ก้าวเท้าอย่างไร้เสียงมาหาพวกกลุ่มนักเลงนี้โดยปราศจากความรู้สึกใดๆ ท่าทางของเขานั้นงดงาม จนทำให้รู้สึกได้ว่า ‘เงามืด’ นี้กลายเป็นร่างคนไปแล้ว
 
 
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ จะเป็นเหตุการณ์ที่จะฝังลึกลงไปในความทรงจำของนักเลงหนุ่มพวกนี้ไปจนวันตาย เหมือนว่าเป็นภาพสโลวโมชั่นยังไงยังงั้น อาจจะเป็นเพราะเหตุการณ์แบบนี้มันคงจะเกินจริงเกินไป หรือเพราะความรู้สึกถึงความอันตรายที่ใกล้เข้ามานั้นพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตาก็เป็นได้
เด็กหนุ่มคงหนึ่งใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจี้เข้าไปที่ร่างของ ‘เงามืด’ ร่างนั้น
--แต่ทำไม กระแสไฟฟ้าถึงทะลุเสื้อหนังสีดำทมิฬนั้นไปได้ล่ะ?
ในขณะที่กำลังมีคำถามนั้นในหัว  เขาก็เห็นร่างของ ‘เงามืด’ นั้นสั่นอย่างรุนแรง ดูเหมือนว่ากระแสไฟฟ้านั้นจะเข้าถึงตัวแล้วมั้ง จบเรื่องแล้วสินะ
 
เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วมันก็ทำให้เขาช็อคได้อีกครั้ง เขากดเครื่องช็อตไฟฟ้าเข้าใส่อีกครั้ง แต่ในวินาทีถัดไป หน้าอกเขาก็เต็มแน่นไปด้วยความวิตกจริตทันที
ร่างของ ‘เงามืด’ นั้นสั่นรัว แต่เขาก็เอื้อมไปจับข้อมือของนักเลงหนุ่มอีกคนที่ถือกระบองตำรวจอยู่
“โอ๊ยยยย!!”
ต่างจากเงามืดนั้น เขาตัวสั่นเพราะโดนไฟช็อตเข้าให้ แล้วกระเด็นออกไป คนที่ถือกระบองนั้นชักกระตุกอีกครั้งหนึ่งเมื่อร่วงลงถึงพื้น
“ไอเหี้ยเอ๊ย”
นักเลงที่ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้านั้นก็พึ่งรู้ตัวว่า ‘เงา’ นั้นกำลังเข้ามาหาเขา และกดปิดเครื่องช็อตไฟฟ้านั้นอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้นเลย และ‘เงา’ นั้นก็เริ่มจะใช้มือบีบคอเขา
 
ถึงแม้เขาจะดิ้นสุดแรงแล้ว แต่ ‘เงา’ นั้นก็ไม่ก็ไม่ได้คลายมือนั้นออกเลย และถึงเขาจะเตะหน้าแข้ง ‘เงา’ นั้นเข้าอย่างแรง แต่สิ่งที่ซึมออกมาจากหมวกกันน็อคนั่นมีเพียงแต่ความสงบและความมืดมิด
“อ่ออกก”
ผู้ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้านั้นถูกรัดคอจนตาเหลือก เหลือเพียงแต่ตาขาวให้เห็นเท่านั้น แล้วเขาก็สลบไปเหมือนกับคนที่ใช้กระบองนั้น
--ตายห่า ถึงจะไม่รู้ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นอยู่ก็เหอะ แต่เหี้ยจริงๆแล้ว กูยังขยับไปไหนไม่ได้เลย ถ้ารวมโคจิไปด้วยแล้ว พวกกู 4จาก6คน เสร็จไปหมดละ
 
ความกลัวถาโถมเข้าเต็มหน้าอกของนักเลงคนนี้ แต่ไม่ใช่เพราะเขาขี้ขลาด เป็นเพราะความแปลกประหลาดที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ต่างหากที่หว่านเมล็ดแห่งความกลัวลงในหัวใจเขา
“ดูเหมือนว่าไอนั่นมันเก่งเรื่องสู้มือเปล่าพอตัวเลยนะ”
นักเลงหนุ่มคนหนึ่งกลัวจนแทบหด แต่เพื่อนร่วมทีมของเขากลับดูสงบกว่าเขามาก แล้วก็บ่นพึมพำกับตัวเอง
“กาซัน??”
พอได้ยินเสียงบ่นพึมพำนั้น เด็กหนุ่มอีกคนจึงเรียกชื่อเขา นักเลงหนุ่มที่ชื่อ กาซัน นั้นเรียกได้ว่าเป็นหัวหน้าทีมนี้ เขามองดูการเคลื่อนไหวของ ‘เงาดำ’อย่างเงียบๆ ถึงแม้จะมองไม่เห็นความกลัวในตาเขาเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาสงบนิ่งซักเท่าไหร่
กาซันชักมีดขนาดใหญ่ออกมาจากเสื้อเขา และค่อยๆเดินเข้าไปยัง ‘เงาดำ’ นั้น ขณะที่ยังคงตั้งท่าป้องกันเอาไว้ เขาพูดกับ ‘เงาดำ’ นั้น
 
“กูไม่สนหรอกว่ามึงจะเล่นเหี้ยไรเมื่อกี๊ แต่มึงตายแน่ถ้ามึงโดนกูแทง”
เขาควงมีดในมือของเขา ขนาดมันไม่ได้เล็กเท่ามีดปกผลไม้ หรือมีดพก แต่ก็ไม่ได้ใหญ่เหมือนที่โผล่ในมังงะอะไรพวกนั้นหรอก ด้ามจับพอดีมือ ส่วนใบมีดแวววับนั้นยาวพอๆกับด้ามจับ
“กูไม่สนหรอกว่ามึงจะทำอะไรได้ แต่กูรู้ว่ามึงสู้กูด้วยมือเปล่าไม่ไหวหรอก ใช่มั้ยล่ะ? เฮ้ย!!”
คำพูดสบประมาท ‘เงามืด’ นั้นต้องหยุดลงทันใด
เจ้า ‘เงามืด’ นั้นก้มลงแล้วหยิบของสองอย่างที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมา นั่นก็คือ--- กระบองตำรวจ แล้วก็เครื่องช็อตไฟฟ้าจากเจ้านักเลงสองคนเมื่อกี๊นั่นเอง
“....”
“....”
 
เครื่องช็อตไฟฟ้าในมือขวา แล้วมือซ้ายก็เป็นกระบอง ดูเป็นรูปแบบของการต่อสู้ด้วยอาวุธสองมือที่แปลกๆไปหน่อยนะ
ตึกจอดรถ ที่ก่อนหน้านี้ก็เงียบจนน่าขนลุกอยู่แล้ว กลายเป็นเงียบสงัดไปในทันที
“เอิ่ม มึงล้อกูเล่นปะเนี่ย! มึงไม่สู้มือเปล่างั้นเรอะ?” หัวหน้านักเลงพวกนั้นถามขึ้นมา ทำลายความเงียบลง ฟังจากน้ำเสียงนั้นดูเหมือนเขาถามตัวเองมากกว่าถามเจ้า ‘เงามืด’ นั้นเสียอีกนะ
ถึงแม้คำถามของเขาอาจจะฟังดูตลก แต่ความกลัวนั้นแทรกลงไปในทุกๆเสียงที่เขาพูดออกมา ‘กูน่าจะยกพวกทั้งสี่คนจัดการมันพร้อมกันเลย แม่งเอ๊ย’ ถึงเขาจะคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ก็ไม่มีทางเลือกแล้ว และเขาก็กลัวจะเสียหน้าหากเขาต้องถอยกลับไป
เด็กหนุ่มอีกคนที่อยู่ด้านหลังเขายังไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียวจากที่ที่เขายืนอยู่ ถ้าหากคู่ต่อสู้ที่เป็นพวกแกงค์อื่น หรือตำรวจ เขาคงกระโดดเข้าไปช่วยโดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ไม่สิ ทั้งสี่คนคงจะลงไปช่วยแล้ว
 
แต่การต่อสู้ครั้งนี้ ‘สิ่งนั้น’ ที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่มันประหลาดเกินไป พวกเขาไม่ได้ทำตัวแบบที่เคยทำก่อนหน้านั้น ที่อยู่ตรงหน้าเขาคืออะไรบางอย่างที่สวมชุดนักซิ่ง แต่ออร่าอันน่าขนลุกที่พุ่งพล่านออกมาจาก ‘เงามืด’ นั้นทำให้เขารู้สึกอึดอัดเหลือเกิน เหมือนว่าตัวตนของเขากำลังไหลเข้าไปในโลกอื่นที่ไหนซักแห่ง
บางทีอาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกได้ถึงความอึดอัดของเด็กหนุ่มอีกคน กาซันจึงกัดฟันตะโกนออกไป “ไอเหี้ยเอ๊ย! กูมีแค่มีดเล่มเดียวกับตัว! ส่วนมึงก็กลัวจนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น มึงนี่ตุ๊ดจริงๆเลย! ไอสัตว์เอ๊ย!”
ขณะที่เขาโอดครวญถึงความไม่ยุติธรรมสำหรับตัวเขา ‘เงามืด’ นั้นก็เข้าไปประจัญหน้าหัวหน้านักเลงด้วยความเงียบงัน
แล้วในวินาทีถัดมา ‘ไอสิ่งนั้น’ มันก็กลายเป็นรูปร่างขึ้นมาต่อหน้าต่อตาเขา

♂♀
《สิงห์นักซิ่งทมิฬมันไม่ใช่คน》
【งั้นมันเป็นตัวอะไรล่ะ?】
[ก็แค่ไอบ้าตัวนึงเท่านั้นแหละ]
《โดตะจินบอกว่า มันอาจจะเป็นยมฑูตก็ได้นะ》
【โดตะจิน?】
《เอาจริงๆนะ ฉันเคยเห็นมาแล้ว สิงห์นักซิ่งทมิฬที่ไล่ล่าผู้คน》
【ใครคือโดตะจินหรอ?】
[นายได้บอกตำรวจรึเปล่า?]
《แล้วฉันจะบอกพวกเขายังไง ไอสิ่งนั้นมันไม่ใช่คนด้วยซ้ำไป》
【...เฮ้ อย่าเมินฉันสิ! ใครคือโดตะจิน?!】
《ตอนแรกฉันก็ไม่แน่ใจ แต่แล้วฉันก็รู้ทันทีจากร่างกายของเขา—》
【...】
【?】
[สงสัยเขาคงหลุดไปมั้ง]
【ฮะ? แต่เขายังอยู่ระหว่างเล่าเรื่องทั้งสองเรื่องอยู่เลยนะ! อะไรที่ออกมาจากร่างนักซิ่งนั่นกัน?】
【แล้วใครคือโดตะจิน??】
♂♀

Comment

Comment:

Tweet